banner ad
banner ad

สัตว์พยากรณ์ สัญชาตญาณที่ถูกลืมเลือน

| August 7, 2015

สัตว์พยากรณ์ สัญชาตญาณที่ถูกลืมเลือน

สัตว์มีสัญชาตญาณพิเศษที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์บางอย่างได้ล่วงหน้าไม่ว่า จะเป็นการเกิดน้ำท่วม น้ำป่า พายุฝน ซึ่งคนสมัยก่อนได้อาศัยสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เหล่านี้ เพื่อรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น การที่สัตว์กลายมาเป็นนักพยากรณ์ได้ เพราะมนุษย์สังเกตพฤติกรรมของมันว่า ถ้าสัตว์มีพฤติกรรมอย่างนี้ เหตุการณ์อย่างนั้นจะตามมา ซึ่งความถูกต้องแม่นยำมากกว่า 50 % อาจจะถึง 60 หรือ 70 %

พฤติกรรมของสัตวพยากรณ์นี้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสภาวธรรมชาติที่ล้อมรอบ ตัวมันอยู่ ตัวอย่างที่เห็นได้คือ ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ไต้หวัน มีคนสังเกตเห็นแมลงสาบและหนูออกวิ่งพล่านไปหมด การที่สัตว์เหล่านี้รู้ว่ากำลังเกิดแผ่นดินไหวจะมีคลื่นเสียงออกมามาก ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ แต่แมลงสาบและหนูสามารถรับคลื่นเสียงได้ ทำให้รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น จึงแสดงปฏิกิยาดังกล่าวออกมา นอกจากแผ่นดินไหวแล้วยังมีเหตุการณ์อื่นๆ อีกหลายอย่างที่พฤติกรรมของสัตว์สามารถบอกให้เราทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ซึ่งคนในสมัยก่อน มักจะใช้สัตว์ในการสังเกตดูพายุฝน น้ำท่วม น้ำป่า หรือความแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่

ตัวอย่างพฤติกรรมของสัตว์บางชนิดที่แสดงออกมาว่ากำลังจะมีเหตุการณ์อะไรขึ้นและสามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ คือ

ช่วงค่ำมีนก แมลงปอออกมาบิน แสดงว่าฝนจะตก
ตามปกติช่วงค่ำซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว อากาศเริ่มเย็น แมลงปอจะไม่บินออกมาหากิน เพราะถ้าอากาศเย็นแมลงปอจะบินไม่ขึ้น แต่ในช่วงก่อนฝนจะตกอากาศจะร้อนอบอ้าว เพราะเกิดความกดอากาศต่ำ ซึ่งอากาศที่ร้อนอบอ้าวนี้จะไปกระตุ้นให้แมลงปอบินออกมาหากิน ส่วนนกจะบินออกมาเป็นจำนวนมากเพราะว่ามีแมลงให้กินมาก ดังนั้นจึงสังเกตเห็นว่าจะมีนกและแมลงปอบินออกมาเป็นจำนวนมากในช่วงที่ฝนจะ ตก

หิ่งห้อยบินในระดับสูงขึ้น แสดงว่าฝนกำลังจะมา
หิ่งห้อยสามารถบิน ได้เพราะว่ามีอากาศพยุงตัว เมื่อหิ่งห้อยบินปีกจะหมุนเป็นเลขแปด อากาศที่ลอยขึ้นจะช่วยยกตัวขึ้น ปกติหิ่งห้อยบินในระดับต่ำซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ในระดับสายตา เมื่อฝนใกล้จะตก ความกดอากาศต่ำอากาศจะลอยขึ้น เพราะฉะนั้นแมลงก็จะบินสูงขึ้นตามอากาศที่ลอยขึ้นจากพื้นดิน แต่ถ้าอากาศเย็น ความกดอากาศสูงแมลงจะบินใกล้ๆ พื้นดิน เพราะไม่สามารถบินผ่านอากาศที่อยู่รอบตัวขึ้นไปได้

อ้นเล็กหรือจิ้งหรีดโปร่งอพยพออกจากรูไปอยู่ในที่สูง แสดงว่าน้ำจะท่วม
ช่วงใกล้ฝนตกความกดอากาศจะต่ำ นั่นคืออากาศบนพื้นดินลอยขึ้นไป ทำไปอากาศจากบริเวณอื่นที่เย็นกว่าไหลเข้ามาแทนที่ เป็นการพัดเอาลมและฝนเข้ามา อ้นเล็กและจิ้งหรีดโปร่งสามารถรับรู้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เนื่องจากเมื่อมีความกดอากาศต่ำ น้ำหนักอากาศที่กดทับตัวมันน้อยลง มันจึงรู้ได้และรู้ว่าถ้าความกดอากาศต่ำลงแสดงว่าอีกไม่นานจะต้องมีลมและฝน เกิดขึ้นในบริเวณนั้น ดังนั้นเมื่อมีความกดอากาศต่ำลง อ้นเล็กและจิ้งหรีดโปร่งจึงเริ่มอพยพขึ้นที่สูง

ตะกวดวางขาในที่สูง แสดงว่าอาจจะเกิดน้ำท่วม
ตามปกติตะกวดจะวางไข่ในจอมปลวก ถ้าตะกวดวางไข่ที่โคนจอมปลวก แสดงว่าน้ำจะน้อย แต่ถ้าตะกวดขุดที่ยอดจอมปลวกแล้ววางไข่ไว้ข้างบน แสดงว่าน้ำจะมาก การที่ตะกวดรู้ว่าจะต้องวางไข่ที่ใดนั้น ตะกวดอาจจะดูจากตำแหน่งที่ปลวกอาศัยอยู่ ถ้ามีปลวกอยู่ที่โคนจอมปลวกแสดงว่าน้ำไม่ท่วม ตะกวดก็จะวางไข่ที่โคนจอมปลวก แต่ถ้าปลวกขึ้นไปอยู่ทางด้านบนของจอมปลวก แสดงว่าจะเกิดน้ำท่วม ตะกวดก็จะขึ้นไปวางไข่ที่ยอดจอมปลวก

คำอธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของสัตว์ที่แสดงออกมาว่าจะมีเหตุการณ์ อะไรเกิดขึ้นนั้นอาจจะไม่ชัดเจน แต่พฤติกรรมบางอย่างของสัตว์ก็แสดงว่าจะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นจริงๆ เช่น พฤติกรรมการขนไข่ของมดเพื่อหนีน้ำ ถึงแม้ว่าพฤติกรรมของสัตว์เปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่สัญชาตญาณที่ตอบสนองต่อสภาว ธรรมชาติที่ล้อมรอบตัวมันยังคงอยู่ให้มนุษย์ที่ช่างสังเกตได้ใช้ประโยชน์ เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ที่มา : สัตวพยากรณ์สัญชาตญาณศาสตร์ที่ถูกลืมเลือน โลกสีเขียว

Category: บทความ

Comments are closed.

banner ad