banner ad
banner ad

ระเบียบข้อบังคับ

ระเบียบสมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย

หมวดที่ 1
ความทั่วไป

ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย ใช้อักษรย่อว่า ก.ส.ท. เป็นภาษาอังกฤษ Entomology and Zoology Association of Thailand ใช้อักษรย่อว่า E-ZAT (อี-แซท)

ezatlogo

ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูปวงกลม ภายในวงกลมมีอักษร E-ZAT 1984 อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งแบ่งวงกลมออก
เป็นสี่ส่วน มีรูปภาพ มวน ยุง หนู และไร ด้านบนของวงกลมมีข้อความ ภาษาอังกฤว่า ENTOMOLOGY AND ZOOLOGY ASSOCIATION OF THAILAND ด้านล่างของวงกลมมีข้อความภาษาไทยว่า สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย

ข้อ 3 สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ ตึกจักรทอง กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร 0-2579-5583 ต่อ 105 และ 0-2940-5307 โทรสาร 0-2940-5307

ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ
4.1 เพื่อเป็นศูนย์รวมทางวิทยาการกีฏและสัตววิทยาของประเทศไทย
4.2 เพื่อเป็นศูนย์กลางของการติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการและ นักปฏิบัติการกีฏและสัตววิทยาในประเทศ และระหว่างประเทศ
4.3 เพื่อส่งเสริมความสามัคคีระหว่างมวลสมาชิก
4.4 เพื่อเป็นแหล่งผลิตและเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาการและการปฏิบัติทางกีฏและ สัตววิทยาให้แก่มวลสมาชิก เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป
4.5 ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

หมวดที่ 2
สมาชิก

ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 4 ประเภทคือ
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลผู้มีอาชีพและสนใจในวิทยาการสาขากีฏและสัตววิทยา ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกตามระเบียบของสมาคม และ สมาคมได้รับเข้าเป็นสมาชิก
5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติคุณในสาขาวิชากีฏและสัตววิทยา ซึ่งคณะกรรมการได้ลงมติเชิญให้เป็นสมาชิก
5.3 สมาชิกอุปการะได้แก่ บุคคลหรือสถาบันผู้ยินดีส่งเสริมสนับสนุนสละทรัพย์สิน เป็นการอุปการะต่างๆ ของสมาคม และสมาคมรับไว้เป็นสมาชิก
5.4 อนุสมาชิก ได้แก่ นิสิตและนักศึกษาที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับกีฏและสัตววิทยา ซึ่งได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกตามระเบียบของสมาคม และสมาคมรับไว้เป็นสมาชิก

ข้อ 6 สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้
6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว (ยกเว้นในกรณีของอนุสมาชิก)
6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลผู้ล้มละลายหรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคม เท่านั้น

ข้อ 7 ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องค่าลงทะเบียนครั้งแรกคนละ 10บาท ค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ100บาท
7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใด
7.3 สมาชิกอุปการะ ไม่กำหนดราคา
7.4 อนุสมาชิก จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรกคนละ10 บาท ค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ30 บาท
7.5 สมาชิกตลอดชีพ จะต้องเสียค่าลงทะเบียน ครั้งแรกคนละ 10บาท ค่าบำรุงตลอดชีพ 1,000 บาท

ข้อ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก ถ้ามี เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็น สมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ 9 ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการและสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นยกเลิก

ข้อ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณา ลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงสมาคม

ข้อ 11 สมาชิกภาพของสมาชิกอุปการะ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณา ลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงสมาคม

ข้อ 12 สมาชิกภาพและสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้
12.1 ตาย
12.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุ มัตและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย แล้ว
12.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
12.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม คือ คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤติตนนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ 13 สิทธิและหน้าที่สมาชิก
13.1 มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม
13.2 มีสิทธิได้รับวารสารของสมาคม โดยเสียค่าบำรุงอัตราพิเศษ
13.3 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมทางวิชาการและร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
13.4 มีสิทธิเสนอความเห็นใดๆ เกี่ยวกับกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการได้
13.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็น กรรมการของสมาคม และมีสิทธิ์ออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
13.6 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
13.7 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
13.8 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญได้
13.9 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
13.10 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
13.11 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
13.12 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
13.13 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ 14ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย 15 คน อย่างมากไม่เกิน 50 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน อุปนายก 2 คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรง ตำแหน่งต่างๆ ของสมาคมตามที่กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขป ดังต่อไปนี้
14.1นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก องค์การ หรือสมาชิกทั้งภายในและต่างประเทศ และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
14.2อุปนายกทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม รับผิดชอบและปฏิบัติตามที่นายกสมาคมมอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
14.3เลขานุการทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม
14.4เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลย์ของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
14.5ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม
14.6นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิกในการ เรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
14.7ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เผยแพร่ข่าวสาร กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่ รู้จักอย่างแพร่หลาย
14.8สาราณียกรมีหน้าที่จัดทำข่าวสาร และวารสารทางวิชาการของสมาคม และพิมพ์รายงานอื่นๆ ของสมาคมด้วย
14.9วิชาการ มีหน้าที่เผยแพร่ความรู้และจัดหาทุนเพื่อการค้นคว้าและวิจัยทางสาขากีฏและสัตววิทยา
14.10 กรรมการกลางมีหน้าที่ช่วยเหลือการประชุม การจัดสัมมนาและสนับสนุนกิจการต่างๆ ของสมาคม
14.11 ภาคผนวกมีหน้าที่ประสานงานกับงานด้านอื่นๆ ของสมาคมโดยเฉพาะในกิจการที่นายกสมาคมมอบหมาย ซึ่งกิจการนั้นๆ ไม่มีระบุแน่ชัดอยู่ในหน้าที่ของฝ่ายอื่นๆ และประสานงานกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีการสอนวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกีฏและสัตววิทยา

ข้อ 15 คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ 16 ข้อกำหนดวิธีการเลือกตั้งนายกสมาคมและเหรัญญิก
16.1 นายกสมาคมเป็นผู้กำหนดวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อทำการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ ก่อนอายุของการทำงานคณะกรรมการชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดลงอย่าน้อยเป็นเวลาไม่ ต่ำกว่า 15 วัน โดยประกาศหรือแจ้งให้สมาชิกทราบกำหนดการโดยทั่วถึงเท่าที่จะทำได้ก่อนกำหนด การประชุมไม่ต่ำกว่า 15 วัน
16.2 ให้ติดประกาศรับสมัครเลือกตั้งนายกสมาคมและเหรัญญิก ณ ที่ทำการของสมาคมหรือสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของสมาคมไม่น้อยกว่า 5 แห่ง ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่ต่ำกว่า 15 วัน
16.3 ให้ผู้มีคุณสมบัติที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมและเหรัญญิกยื่นความ จำนงต่อเลขานุการสมาคม พร้อมภาพถ่ายครึ่งตัว หน้าตรงไม่สวมหมวก จำนวน 5 ภาพ ก่อนกำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่ต่ำกว่า 7 วัน
16.4 ให้เลขานุการจัดดำเนินการติดประกาศรายชื่อ พร้อมภาพถ่ายผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมและเหรัญญิก ณ สถานที่กำหนดตามข้อ 16.2 ก่อนการเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่ต่ำกว่า 5 วัน
16.5 ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่มีการเลือกตั้งให้สมาชิกเสนอชื่อประธานการ เลือกตั้งจากสมาชิกที่เข้าประชุม แล้วให้มีการลงคะแนนเปิดเผยเลือกประธานการเลือกตั้ง จากนั้นให้ประธานการเลือกตั้งแต่งตั้งกรรมการอีกจำนวน 5 นาย เพื่อจัดดำเนินการเลือกตั้ง กรรมการเลือกตั้งต้องไม่เป็นกรรมการบริหารในเวลานั้น
16.4 ให้ประธานการเลือกตั้งประกาศรายชื่อ พร้อมทั้งประวัติย่อของสมาชิกผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมและ เหรัญญิกต่อที่ประชุม จากนั้นให้ผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งได้แถลงนโยบายการทำงานของแต่ละบุคคล ที่สมัครตามลำดับหมายเลข โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมแถลงก่อน แล้วจึงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นเหรัญญิกแถลงต่อจากนั้น
16.5 ให้สมาชิกสามัญที่เข้าประชุมออกเสียงเลือกตั้ง โดยการกาเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งตามหมายเลขที่ตนต้องการเลือกตั้งนายก สมาคมและเหรัญญิก อย่างละ 1 คน
16.6 ให้คณะกรรมการเลือกตั้งนับคะแนนให้เสร็จสิ้นโดยยุติธรรม แล้วประกาศรายชื่อผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดเป็นนายกสมาคมและเหรัญญิก ของสมาคมและประกาศให้สมาชิกทราบทั่วกัน
16.7 ให้นายกสมาคมที่ได้รับการเลือกแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมให้เสร็จเรียบ ร้อยพร้อมทั้งแจ้งให้สมาชิกทราบโดยทั่วถึงภายหลังการเลือกตั้ง 15 วัน

ข้อ 17 ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่ง แทน ยกเว้นตำแหน่งเหรัญญิกให้ผู้ที่ได้คะแนนเลือกตั้งคนต่อไปดำรงตำแหน่งแทน หากผู้ได้รับคะแนนเลือกตั้งคนต่อไปไม่สามารถดำรงตำแหน่งแทนได้ ให้จัดดำเนินการเลือกตั้งโดยการประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งกำหนดขึ้น และในระหว่างรอการเลือกตั้งให้ผู้ช่วยเหรัญญิกทำหน้าที่แทน ตำแหน่งที่แต่งตั้งและเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลงให้มีอายุการทำงานเท่า กับอายุของคณะกรรมการบริหารชุดนั้นเท่านั้น

ข้อ 18 กรรมการอาจจะพ้นตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระก็ด้วยเหตุดังต่อไปนี้คือ
18.1 ตาย
18.2 ลาออก
18.3 ขาดสมาชิกภาพ
18.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ 19 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ 20 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการสมาคม
20.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับ ฉบับนี้
20.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
20.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของ คณะกรรมการที่แต่งตั้ง
20.4 มีอำนาจที่เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
20.5 มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หรือแต่งตั้งผู้แทนทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสมาคมประจำท้องถิ่น ให้มีหน้าที่ปฏิบัติภายในระเบียบการที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
20.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
20.7 มีอำนาจกำหนดระเบียบการเงินของสมาคม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติ
20.8 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
20.9 มีหน้าที่จัดประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมวิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสอร้องขอ
20.10 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิก ร้องขอ
20.11 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
20.12 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับนี้ได้กำหนดไว้

ข้อ 21 คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ 22 การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ กรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของคณะกรรมการบริหารให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 23 ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่

ข้อ 24 การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิดคือ
24.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
24.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 25 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ 1 ครั้ง ภายในเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคม ของทุกๆ ปี

ข้อ 26 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นสมควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ 27 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดแจ้ง โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดวันประชุมใหญ่

ข้อ 28 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
28.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
28.2 แถลงบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุลย์ของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
28.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดตามวาระ
28.4 เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
28.5 เรื่องอื่นๆ

ข้อ 29 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ ประชุมก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้ว ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปและให้จัดประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่งภายใน 15 วัน หากสมาชิกสามัญมาประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ 30 การลงมติในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนสียงลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 31 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำ หน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น

ข้อ 32 การประชุมทางวิชาการ ให้มีการประชุมทางวิชาการหรือปาฐกถาเป็นครั้งคราว

หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 33 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของนายกสมาคมและเหรัญญิก และให้ทำรายงานการเงินและทรัพย์สินเสนอต่อคณะกรรมการบริหารทุก 6 เดือน

ข้อ 34 เงินของสมาคมต้องนำฝากธนาคารที่เชื่อถือได้ และที่คณะกรรมการบริหารได้รับรองในนามของสมาคม เงินส่วนหนึ่งให้นำฝากธนาคารประเภทเงินฝากประจำหรือกระทำการอื่นใดที่ก่อให้ เกิดดอกผลที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่กรณีเงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคกำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อ 35 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายชื่อของนายกสมาคมหรือผู้แทนการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำ การแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคม จึงถือว่าใช้ได้

ข้อ 36 การสั่งจ่ายเงินของสมาคมจากธนาคาร ให้นายกสมาคมและเหรัญญิกหรือถ้านายกสมาคมและเหรัญญิกไม่อยู่ สามารถมอบหมายให้อุปนายกและผู้ช่วยเหรัญญิกรวม 2 คน เป็นผู้ลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในกิจการหนึ่ง คราวละไม่เกิน 20,000 บาท แต่ถ้ามีความจำเป็นจะต้องสั่งจ่ายเงินคราวละ 20,000 บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท ให้ขอมติจากคณะกรรมการบริหาร ถ้าคราวละเกิน 50,000 บาท ให้ขอมติจากที่ประชุมใหญ่วิสามัญเป็นคราวๆ ไป

ข้อ 37 เหรัญญิก มีอำนาจเก็บเงินสดของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 4,000 บาท ถ้าเกินจากนั้นต้องนำฝากธนาคาร

ข้อ 38 เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลย์ ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และการรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อตรวจสอบจนครบ กำหนด

ข้อ 39 ให้คณะกรรมการบริหาร แต่งตั้งผู้สอบบัญชีซึ่งได้จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมายและจะต้องมิได้เป็น กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม

ข้อ 40 ผู้ตรวจสอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเรียกกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 41 คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ 42 ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญหรือ วิสามัญเท่านั้นองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อย กว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด และต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญ ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 43 การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของ สมาชิกสามัญทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ 44 เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของนิติบุคคลแห่งประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศล สาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุม

หมวดที่ 7
บทเฉพาะกาล

ข้อ 45 ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้ตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ 46 เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการก็ให้ถือว่า ผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคมเพื่อรับสมัครสมาชิก และเมื่อรับสมัครสมาชิกสามัญได้จำนวนพอสมควรก็จัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้น เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกของสมาคม แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการจัดประชุมใหญ่ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

banner ad