แมลงสัตว์กัดต่อย


แมลงสัตว์กัดต่อย (Insect sting) ดูจะเป็นปัญหาเล็กน้อย เพราะส่วนใหญ่มักเกิดอาการเจ็บๆ คันๆ ไม่กี่วันก็หายไป แต่ความจริงแล้วพิษที่เกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อยบางครั้งก็เกิดอาการข้างเคียงมากมายจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แมลงที่มีพิษส่วนใหญ่ได้แก่ แมลงพวกผึ้ง ต่อ แตน มด เนื่องจากแมลงเหล่านี้มีอาวุธที่สำคัญก็คือ “ เหล็กใน” ซึ่งต่อเชื่อมกับถุงเก็บพิษที่ส่วนท้อง พิษของแมลงมีส่วนประกอบของโปรตีนพวกเอนไซม์ (Enzyme), อะมีน (Amine) หรือ เป็ปไทด์ (Peptide) เมื่อแมลงต่อยก็จะปล่อยเหล็กในกับพิษไว้ที่ผิวหนังของเรา เกิดปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่รู้จักกันดีว่าอาการแพ้นั่นเอง และถ้ามีการตอบสนองต่อพิษอย่างรุนแรงก็จะเกิดความผิดปกติกับระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

  • ปฏิกิริยาเฉพาะที่ (Local reaction) ในผู้ที่ไม่มีอาการแพ้เลย (Non-allergic) จะมีอาการเจ็บๆ คันๆ หรือบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ถูกต่อย ถ้าเกิดในผู้ที่มีปฏิกิริยาปานกลาง เช่น ถูกต่อยปลายนิ้ว อาจบวมถึงแขน และอาจมีไข้หรือเป็นลมได้
  • ปฏิกิริยาอะนาไฟแลกซิส (Anaphylaxis) เป็นอาการที่มีความรุนแรงมาก สามารถทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 2-3 นาที อาการที่พบคือ มีผื่นลมพิษขึ้นทั่วไป ผิวหนังแดง บวมที่หน้าตาหรือทั้งตัว ถ้าอาการบวมเกิดขึ้นที่ระบะทางเดินหายใจ จะทำให้แน่นหน้าอก พูดลำบาก กระสับกระส่าย หายใจไม่ออก ในการรักษาต้องนำผู้ป่วยส่งแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะอาจมีเวลาช่วยชีวิตเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง
  • ปฏิกิริยาชนิดผิดธรรมดา (Unusual reaction) มักเกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ของร่างกาย แต่พบได้น้อยมาก เช่น
  • ระบบโลหิต เม็ดเลือดแดงแตก หลอดเลือดอุดตัน และมีเลือดออกง่าย
  • ระบบกล้ามเนื้อ เซลล์กล้ามเนื้อตาย ปวดตามกล้ามเนื้อ และเป็นตะคริวได้
  • ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นสีแดงเหมือนน้ำปลา และทำให้ไตวายได้
  • ระบบทางเดินหายใจ มีเลือดออกในปอด ถุงลมโป่ง หรือถุงลมแฟบได้
  • ระบบประสาท เส้นประสาทหรือสมองอักเสบ อาจหมดสติได้

อาการชนิดผิดธรรมดานี้จะเกิดร่วมกับปฏิกิริยาอะนาไฟแลกซิส หรือหลังจากนั้นจนถึงประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากถูกแมลงต่อย อย่างไรก็ตามอาการที่เกิดจากแมลงกัดต่อย ส่วนใหญ่ที่พบเป็นเพียงปฏิกิริยาเฉพาะที่ ปฏิกิริยารุนแรงพบเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเกิดแมลงกัดต่อยแล้วมีอาการต่างๆ ที่เกิดปฏิกิริยารุนแรง ก็ควรรีบไปพบแพทย์ แต่หากมีอาการเล็กน้อยควรดูแลรักษาไปตามอาการ โดยใช้ยาแก้แพ้ ถ้ามีอาการปวดให้รับประทานยาแก้ปวด การเอาเหล็กในของแมลงออกให้ใช้เทปกาวปิดบริเวณที่ถูกต่อยแล้วดึงออก แต่ถ้าเอาออกไม่ได้ร่างกายก็จะกำจัดเหล็กในออกได้เอง เพียงแต่จะมีปฏิกิริยาจากพิษที่ตกค้างอยู่เท่านั้น

ที่มา : สาทิพย์ มาลี วารสารกีฏและสัตววิทยา ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2542

 
   
 
 
  SATJA PRASONGSAP ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์    
ที่อยู่
50 สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย
ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจัตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0-2940-6996 โทรสาร 0-2940-5825 E-mail : ezathai@ezathai.org

copyright © 2012 by Entomology and Zoology Association Thailand
Disclaimer & our data privacy policy